กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ภาพรวมกองทุน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร

hand-shake

จัดตั้งขึ้นโดยความ
สมัครใจของนายจ้าง
และลูกจ้าง

money-bag

ประกอบด้วยเงินสะสม
จากลูกจ้าง และเงิน
สมทบจากนายจ้าง

piggy-bank

เป็นเงินออมประเภท
ผูกพันระยะยาว

skyline

จดทะเบียนกองทุนเป็น
นิติบุคคลกับสำนักงาน
ก.ล.ต.

วัตถุประสงค์ของกองทุนฯ

  1. เป็นหลักประกันที่มั่นคงในอนาคตของลูกจ้าง และครอบครัวเมื่อออกจากงาน เกษียณอายุ หรือ เสียชีวิต
  2. เป็นสวัสดิการของนายจ้างที่มีให้ลูกจ้าง
  3. สร้างแรงจูงใจในการทำงานของลูกจ้าง
  4. ส่งเสริมการระดมเงินออมของภาคเอกชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สำหรับนายจ้าง

  1. เงินสมทบที่จ่ายให้กับลูกจ้าง หักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีของนายจ้างในปีที่จ่ายได้
  2. สวัสดิการให้พนักงานที่มีคุณค่าต่อองค์กร
  3. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
  4. ลดการ Turn over ของพนักงาน

สำหรับลูกจ้าง

  1. เงินสะสมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  2. สร้างวินัยการออม
  3. มีเงินออมไว้ใช้เมื่อออกจากงานหรือเกษียณอายุ
  4. เป็นหลักประกันให้ตนเองและครอบครัว และเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และพึ่งพาตนเองได้

โครงสร้างของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

infographic

บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นใครกันบ้าง…คุ้นบ้างไหมเกี่ยวกับบุคคลดังต่อไปนี้?…

  • 1

    นายจ้าง เป็นคนที่มีส่วนสำคัญในการก่อกำเนิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากปราศจากนายจ้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นนายจ้างจึงเป็นบุคคลที่มีความหวังดีต่อลูกจ้าง ในการให้สวัสดิการที่ดีเพื่อให้ลูกจ้างมีเงินก้อนไว้ใช้เมื่อเกษียณอายุ ออกจากงาน หรือออกจากกองทุน นายจ้างทำหน้าที่หลักคือการนำส่งเงินสะสมและสมทบเข้ากองทุน

  • 2

    ลูกจ้าง เป็นส่วนประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้น มีหน้าที่ยอมให้นายจ้างหักค่าจ้างเป็นเงินสะสมเข้ากองทุน และต้องยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อบังคับกองทุน

  • 3

    คณะกรรมการกองทุน แบ่งออกเป็น คณะกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้าง ซึ่งนายจ้างจะเป็นคนแต่งตั้ง อาจจะไม่ได้เป็นลูกจ้างก็ได้ คณะกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง มาจากการเลือกตั้งของลูกจ้าง คนที่ได้รับเลือกจากลูกจ้างอาจไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนอยู่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะกำหนดไว้ในข้อบังคับ แต่ตามหลักแล้ว คณะกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้างก็ควรจะเป็นสมาชิกอยู่ในกองทุนเอง เพราะคงไม่มีใครเข้าใจสมาชิกได้ดีเท่ากับสมาชิกด้วยกันเอง

    คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด เป็นตัวแทนของนายจ้างและสมาชิกในการบริหารกองทุน ดูแลเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการประสานงานเพื่อจัดตั้งกองทุน คัดเลือกบริษัทจัดการ การกำหนดนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับโครงสร้างของ กองทุน หรือแก้ไขข้อบังคับกองทุน เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญมากทีเดียว เนื่องจากอำนาจและหน้าที่บางอย่าง เช่น การแก้ไขข้อบังคับกองทุน จะมีผลผูกพันธ์กับสมาชิกให้ต้องปฏิบัติตาม และการกำหนดนโยบายการลงทุนจะมีผลต่อความมั่นคง และผลตอบแทนของกองทุน ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกบุคคลมาเป็นตัวแทนของนายจ้างหรือสมาชิกควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เลือกคนดีที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดีมีความตั้งใจจริง มีความเสียสละและสามารถอุทิศเวลาให้แก่เพื่อนๆ สมาชิกได้ ในทำนองเดียวกัน คณะกรรมการกองทุนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังสมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างและสมาชิก

  • 4

    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือเรียกย่อๆ ว่าสำนักงาน “ก.ล.ต.” ทำหน้าที่ควบคุมดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจัดการ ผู้รับฝากทรัพย์สิน และผู้สอบบัญชี เป็นต้น และอีกบทบาทหน้าที่หนึ่งคือทำหน้าที่ในฐานะนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในการรับจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน การแก้ไขข้อบังคับกองทุน รวมทั้งควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนด้วย

  • 5

    บริษัทจัดการ ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินของกองทุน โดยนำไปลงทุนเพื่อให้ออกดอกออกผลเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิกกองทุน ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนต้องร่วมกันเลือกบริษัทจัดการที่เหมาะสมเข้ามาบริหารจัดการกองทุน โดยบริษัทจัดการจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้รายชื่อบริษัทจัดการที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานสามารถดูได้ที่ www.sec.or.th/invsup/approve/pvdcom.shtml

  • 6

    ผู้สอบบัญชี ทำหน้าที่ตรวจสอบรายงานทางการเงิน รับรองความถูกต้องของข้อมูลตามรายงานทางการเงินของกองทุน ก่อนที่จะทำการเลือกผู้สอบบัญชีของกองทุน จะต้องทราบว่าสมาชิกในกองทุนมีจำนวนเท่าใด หากกองทุนที่มีจำนวนสมาชิกไม่เกิน 100 ราย ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั่วไปตรวจสอบและแสดงความเห็นในงบการเงินของกองทุนได้ แต่หากกองทุนมีสมาชิกเท่ากับหรือเกิน 100 ราย ต้องให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบและแสดงความเห็นในงบการเงินของกองทุน รายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานสามารถดูได้ที่ www.sec.or.th/invsup/approve/audittsh.shtml

  • 7

    ผู้รับฝากทรัพย์สิน ทำหน้าที่ดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน ติดตามสิทธิประโยชน์ในเรื่องเงินปันผล และสิทธิต่างๆ ที่ได้จากการถือหุ้นในบริษัทที่กองทุนลงทุน โดยผู้รับฝากทรัพย์สินต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้รายชื่อผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานสามารถดูได้ที่ www.sec.or.th/invsup/approve/custodia.shtml

  • 8

    นายทะเบียนสมาชิก ทำหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิก จำนวนเงินสะสม เงินสมทบและผลประโยชน์ของสมาชิกแต่ละราย และจัดส่งรายงานรายตัวสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้สมาชิกทราบทุกงวด 6 เดือนของปีปฏิทิน โดยรายงานจะต้องแสดงจำนวนหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มูลค่าของเงินสะสมของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบของนายจ้าง พร้อมทั้งผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบ โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทจัดการมักจะทำหน้าที่นายทะเบียนสมาชิกด้วยตัวเอง แต่ก็อาจมอบหมายให้บริษัทอื่นที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นนายทะเบียนสมาชิกแทนก็ได้

  • 9

    สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Association of Provident Fund) เป็นการรวมตัวกันของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเริ่มแรกจากการรวมตัวของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต่อมาจึงขยายการรับสมาชิกในภาคเอกชนทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในการควบคุมดูแลผลประโยชน์ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพควรจะได้รับ รวมทั้งเป็นตัวแทนในการติดต่อประสานงานกับทางการและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวบรวมแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ และส่งเสริมความรู้ให้กับคณะกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุน เป็นต้น

  • 10

    สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC : Association of Investment Management Company) เป็นการรวมตัวกันของบริษัทจัดการ โดยสมาคมจะทำหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทจัดการด้วยกันเอง เพื่อให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นตัวแทนของบริษัทจัดการใน การติดต่อประสานงานกับทางการในเรื่องต่างๆ

แหล่งที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

รูปแบบการลงทุน และ ความเสี่ยง

บลจ.วรรณ ขอเสนอรูปแบบต่างๆ ของกองทุนส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และผลตอบแทนในการลงทุนของลูกค้าดังนี้

Conservative Portfolio

เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่แน่นอนและรับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำ

conservative portfolio

นโยบายการลงทุน

จะเน้นลงทุนในตลาดเงินและตราสารหนี้ โดยอาจจะลงทุนในตลาดทุนหรือ ตลาดหลักทรัพย์บ้างในส่วนน้อย หรือไม่มีเลย แล้วแต่ระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าจะยอมรับได้

ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน

มากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

Moderate Portfolio

เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนและรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง

moderate portfolio

นโยบายการลงทุน

จะเน้นลงทุนในตลาดเงินและตราสารหนี้ โดยอาจจะลงทุนในตลาดทุนหรือ ตลาดหลักทรัพย์บ้างในส่วนน้อย หรือไม่มีเลย แล้วแต่ระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าจะยอมรับได้

ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน

มากกว่ากองทุน Conservative Portfolio

Aggressive Portfolio

เหมาะสมกับผู้ที่รับความเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงในอนาคต

aggressive portfolio

นโยบายการลงทุน

จะเน้นลงทุนในตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์เป็นอันดับแรก โดยอาจจะจัดสรรเงินทุนบางส่วนลงทุนในตลาดเงินบ้าง หรือไม่มีเลย โดยผลตอบแทนจะได้รับมาจากมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนทั้งในระยะยาวและระยะปานกลาง รวมทั้งเงินปันผล

ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน

มากกว่า Moderate Portfolio

ติดต่อสอบถามข้อมูล

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด
เลขที่ 989 สยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ ชั้น 9, 24 ถ.พระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ฝ่ายกองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ