|
 |
| ผู้จัดการกองทุน | บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด |
| ประเภทกองทุน | กองทุนรวมตราสารแห่งทุนประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือกองทุนปิด |
| อายุโครงการ | 10 ปี |
| จำนวนเงินทุนของโครงการ | 1,200 ล้านบาท (โดยเป็นเงินลงทุนจากรัฐบาล จำนวน 1,000 ล้านบาท) |
| ผู้ดูแลผลประโยชน์ | ธนาคาร ซิตี้แบงก์ เอ็น เอ สาขากรุงเทพมหานคร |
|
|
 |
ลงทุนหรือซื้อหุ้นในกิจการหรือวิสาหกิจ (SMEs) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง |
 |
เป็นการลงทุนระยะยาว |
 |
มุ่งหวังให้กิจการหรือวิสาหกิจนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และเติบโตได้อย่างมั่นคง |
|
 |
| จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2542 เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ |
|
 |
ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ SMEs ในรูปแบบของการร่วมลงทุน (Equity Participation) โดยเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาว |
 |
เสริมสร้างการบริหารจัดการที่ดีภายในองค์กร (Good Corporate Governance) เช่น ระบบการเงิน ระบบการบริหาร |
 |
สร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยสนับสนุน SMEs ในภาคเศรษฐกิจ ที่สำคัญและมีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ |
 |
ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของตลาดทุน (Capital Market) ซึ่งจะมีส่วนช่วย พัฒนาระบบการเงินไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น |
| . : Top : . |
|
 |
|
 |
จะลงทุนประมาณ 10-50% ของทุนจดทะเบียน ของบริษัท |
 |
ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 - 5 ปี |
 |
จะลงทุนในลักษณะ passive คือ ไม่เข้าไปก้าวก่ายการดำเนินธุรกิจประจำวันของบริษัท |
 |
อาจมีการส่งผู้แทนไปเป็นกรรมการของบริษัทที่ร่วมลงทุน |
| . : Top : . |
|
 |
| กองทุนมีความตั้งใจที่จะให้การส่งเสริมพัฒนาในด้านต่างๆ แก่ SMEs ที่เข้าร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการประกอบการโดย |
|
 |
ช่วยประสานงานในการจัดหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้คำปรึกษา |
| |
| - | ทางด้านเทคนิคการผลิต |
| - | การเงิน |
| - | การจัดการ ฯลฯ |
|
 |
ประสานงานกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ของรัฐและเอกชน เพื่อให้การร่วมลงทุนนี้มีประโยชน์ต่อ SMEs อย่างสูงสุด |
| . : Top : . |
| |
 |
| SMEs ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์สูง หรือเข้าข่ายเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ วิสาหกิจที่เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนา หมายถึง วิสาหกิจที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ |
|
 |
ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงในสายธุรกิจระหว่างต้นน้ำ ถึงปลายน้ำโดยเฉพาะในส่วนที่ยังมีช่องว่างในประเทศ |
 |
มีมูลค่าเพิ่มสูง หรือสูงกว่าสัดส่วนมูลค่าเพิ่มโดยเฉลี่ยของธุรกิจประเภทเดียวกัน |
 |
มีการสร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ |
 |
มีการใช้เทคโนโลยีที่ยังขาดแคลนในประเทศและเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ |
 |
มีนวัตกรรมในตัวสินค้าหรือบริการ หรือในกระบวนการผลิต หรือกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น |
 |
ก่อให้เกิดการสร้างงานในชนบท โดยไม่เกิดมลภาวะ |
 |
เป็นการผลิตสินค้า หรือบริการที่ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ |
 |
ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหามลภาวะ หรือเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อม |
 |
มีคุณลักษณะอื่นๆ ที่สอดคล้องกับการเป็นยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา |
|
| กลุ่มที่ไม่พึงประสงค์จะเข้าร่วมลงทุน |
|
1. |
วิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว |
| 2. |
ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะหรือปัญหาสิ่งแวดล้อม |
| 3. |
ประกอบธุรกิจโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการลอกเลียนแบบและขัดต่อกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา |
| 4. |
ประกอบธุรกิจอันขัดต่อศีลธรรม และจารีตประเพณีอันดี |
| 5. |
ประกอบธุรกิจอันเป็นภัยต่อสังคม หรือความมั่นคง |
| 6. |
ประกอบธุรกิจอันไม่โปร่งใส |
| 7. |
อยู่ในประเภทธุรกิจที่มีภาวะล้นตลาดอย่างรุนแรง |
| . : Top : . |
| |
 |
| กรอกแบบฟอร์มการขอรับการพิจารณา ส่งมาพร้อมแผนธุรกิจ (ถ้ามี) ทางกองทุนจะพิจารณาเบื้องต้น แล้วนัดหมายเพื่อสอบถามรายละเอียดต่อไป |
|
| เอกสารประกอบการพิจารณาอื่นๆ (กรณีที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว) |
|
1. |
แผนธุรกิจ (Business Plan) |
| 2. |
หนังสือรับรองการจดทะเบียนจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งระบุรายละเอียดของทุนจดทะเบียน ทุนเรียกชำระแล้ว รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน |
| 3. |
หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท |
| 4. |
ทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละรายถือ |
| 5. |
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม |
| 6. |
งบการเงินย้อนหลัง พร้อมรายละเอียดประกอบงบการเงินนั้นๆ ย้อนหลัง 3-5 ปี |
| 7. |
ใบอนุญาตตั้งโรงงาน (ร.ง. 2) และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) (กรณีเป็นโรงงาน) |
| 8. |
สำเนาบัตรส่งเสริมการลงทุน (ถ้ามี) |
| 9. |
เอกสารอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาโครงการ |
| . : Top : . |
| |
 |
| กองทุนจะถอนตัวจากกิจการที่ร่วมลงทุนด้วย โดยมีทางเลือกในการถอนตัวดังนี้ |
|
 |
นำหุ้นของกิจการ หรือวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เพื่อกระจายสู่ผู้ลงทุนทั่วไป (Initial Public Offering) หรือ |
 |
ขายหุ้นคืนให้แก่เจ้าของกิจการเดิม ตามข้อตกลงที่ได้วางไว้เมื่อเข้าร่วมลงทุน (Buy Back by Founders) หรือ |
 |
ขายหุ้นคืนให้แก่เจ้าของกิจการเดิม ตามข้อตกลงที่ได้วางไว้เมื่อเข้าร่วม |
| . : Top : . |
| |
 |
| ข้อแตกต่างจากกองทุนร่วมลงทุนทั่วไป |
| กองทุนนี้ | กองทุนอื่น |
| เน้นลงทุนใน SMEs | เน้นลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดการลงทุน 10 ล้านเหรียญ |
| อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กลต. | ส่วนใหญ่จะมาจากต่างประเทศไม่อยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของ กลต. |
| รัฐบาลเป็นเจ้าของเกือบ 100% | เอกชนเป็นเจ้าของ |
| กลุ่มเป้าหมายการลงทุนกว้าง | ส่วนใหญ่จะกำหนดธุรกิจเป้าหมายไว้เฉพาะเจาะจง เช่น ลงทุนใน High Technology |
|
|
| การเตรียมตัวของผู้ที่สนใจขอรับการพิจารณาเข้าร่วมลงทุน |
|
 |
จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล |
 |
มีความพร้อมในการจัดเตรียมข้อมูลทางธุรกิจ และการจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) |
 |
มีความตั้งใจในการพัฒนาวิสาหกิจให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน |
 |
มีความพร้อมที่จะให้ผู้จัดการกองทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการ |
 |
มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยโดยพัฒนาความสามารถในการประกอบธุรกิจของตนอย่างต่อเนื่อง |
|
| การติดต่อเข้ารับการพิจารณาเข้าร่วมลงทุน |
|
 |
ติดต่อผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 แห่ง ของกระทรวง อุตสาหกรรม |
 |
ติดต่อผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงินสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ศงป.) |
 |
ติดต่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ |
 |
ติดต่อโดยตรงที่ บลจ.วรรณ |
 |
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น |
|
| ข้อกังวลของ SMEs |
|
 |
หากให้กองทุนเข้าร่วมลงทุนแล้ว จะสูญเสียอำนาจในการบริหารหรือไม่ |
|
กองทุนนี้เป็นเงินลงทุนจากรัฐบาลเป็นหลัก โดยมีอายุกองทุน 10 ปี บทบาทของกองทุนจะเป็นการเสริมให้คณะผู้บริหารทำงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการไปแย่งหน้าที่การบริหารมาเสียเอง อย่างไรก็ตามกองทุนอาจขอที่นั่งกรรมการเพื่อร่วมติดตามผลการดำเนินงานและร่วมพิจารณานโยบายการดำเนินธุรกิจที่สำคัญต่างๆ |
 |
การให้ข้อมูลของบริษัทเพื่อประกอบการพิจารณาจะทำให้ความลับของบริษัทรั่วไหลหรือไม่ |
|
เป็นจรรยาบรรณของผู้จัดการกองทุนที่จะต้องรักษาความลับของลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ กองทุนยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งทำให้มั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่าการทำงานของกองทุนจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบและจรรณยาบรรณแห่งวิชาชีพ |
 |
กิจการที่เป็น NPL จะรับพิจารณาหรือไม่ |
|
แม้เป็นบริษัทที่เป็น NPL ของสถาบันการเงินอยู่ กองทุนก็สามารถที่จะพิจารณาได้ โดยมีการพิจารณาที่สำคัญ คือ พิจารณาว่าหากกองทุนเข้าร่วมลงทุนแล้ว จะสามารถพลิกให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันก การทำกำไร และเติบโตได้ดี ทั้งนี้ อัตราส่วนหนึ้สินต่อทุนของบริษัทหลักจากที่กองทุนเข้าร่วมลงทุนแล้วไม่ควรสูงเกินไป |
 |
พิจารณาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการใหม่หรือไม่ |
|
กองทุนมีนโยบายสนับสนุนผู้ที่มีการศึกษาและมีประสบการณ์ทำงาน หรือมีความรู้ความสามารถ ให้ก้าวมาเป็นผู้ประกอบการ สามารถก่อตั้งกิจการได้สำเร็จและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจได้เคยรับการอบรมในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation) กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาแล้ว |
 |
กลัวเสียค่าใช้จ่ายในการยื่นขอรับการพิจารณา |
 |
กลัวเสียภาษีเต็มที่หลังจากมีบัญชีชุดเดียว |
 |
ทำแผนธุรกิจไม่เป็น |
|
| ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่มีกองทุนเข้าร่วมลงทุน |
|
 |
ได้รับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยช่วยปรับปรุงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ของกิจการให้ต่ำลง ซึ่งจะช่วยให้กิจการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มโอกาสในการขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่นๆ |
 |
ได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิค การบริหาร การจัดการ ตามความเหมาะสมของแต่ละกิจการ โดยกองทุนมีความตั้งใจที่จะให้การส่งเสริมพัฒนาด้านต่างๆ แก่บริษัทที่ร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการประกอบการโดยกองทุนจะช่วยประสานงานในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1. ประสานงานในการจัดหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้คำปรึกาาแก่บริษัท ทั้งทางด้านเทคนิคการผลิต การเงิน การบริหาร การจัดการ ฯลฯ
2. ประสานงานกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ของรัฐและเอกชนเพื่อให้การร่วมลงทุนมีประโยชน์ต่อบริษัทอย่างสูงสุด
|
 |
ได้ภาพพจน์ที่ดี ทั้งในหมู่ลูกค้า ซัพพลายเออร์ (Supplier) สถาบันการเงินตลอดจนนักลงทุนซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสของความสำเร็จในการนำหุ้นของบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต (กรณีที่บริษัท หรือ SMEs ต้องการนำหุ้นเข้าไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) |
|
| สาเหตุในการปฏิเสธการร่วมลงทุน |
|
 |
ไม่ต้องการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล |
 |
ไม่สามารถแบ่งแยกทรัพย์สินของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัวได้ |
 |
เสนอขายหุ้นในราคาสูงเกินไป |
 |
แผนธุรกิจเลื่อนลอย |
 |
ขนาดของธุรกิจใหญ่เกินกว่าที่จะเป็น SMEs |
 |
ธุรกิจไม่มีความสามารถในการทำกำไร ไม่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ |
| . : Top : . |
| |