ONE-ALLCHINA เปิดซื้อขายวันนี้ - 6 ก.ย.นี้

บลจ.วรรณ เปิดเสนอขายกองทุน วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ (ONE-ALLCHINA)  

 

บลจ.วรรณ  ชึ้ ข้อพิพาทกทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นปัจจัยระยะสั้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เชื่อมั่น จีนจะเติบโตได้ดีจากแผนเชิงรุกกระตุ้นเศรษฐกิจในอีก 5 ปี ลดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ พร้อมเปิดเสนอขายกองทุน เปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ (ONE-ALLCHINA)  ชูความคล่องตัวสูงในการบริหารกองทุนเชิงรุก เน้นลงทุนทุกบริษัทจดทะเบียนทั้งใน (A-Share) และต่างประเทศ(H-Share) พร้อมขายวันนี้ ถึง 6 ก.ย.นี้

 

            นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า  สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯและประเทศจีน อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าจากข้อพิพาทดังกล่าวประเทศจีนจะได้รับผลกระทบโดยอัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกของจีนต่อสหรัฐจะลดลประมาณ 13.9%  หากพิจารณาจากตัวเลขทางค้าระหว่าง 2 ประเทศ โดยในครึ่งปีแรก 2561 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศจีน-สหรัฐฯอยู่ที่ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศจีนมีมูลค่าการส่งออกต่อสหรัฐฯประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศจีนนำเข้าจากสหรัฐฯ มีมูลค่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

            “ความกังวลดังกล่าวต่อข้อพิพทานดังกล่าว บริษัทมองว่าอาจจะเป็นเพียงความกังวลระยะสั้น และจะสามารถหาข้อสรุปด้วยการเจรจา โดยภาพรวมแล้วปัญหาดังกล่าวไม่ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ อย่างไรก็ดีแม้ว่าจีนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่หากพิจารณาระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าปัจจุบันจีนมีความแตกต่างจากเดิมในเชิงนโยบายบริหารประเทศค่อนข้างมาก โดยบลจ.วรรณยังคงมุมมองเชิงบวกถึงศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางเศรษฐกิจที่ทางรัฐบาลจีนนำออกมาใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้มีการเติบโตจากการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะแผนเศรษฐกิจ 5 ปี หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiatives: BRI) ที่จะเชื่อมเศรษฐกิจจีนกับเศรษฐกิจในเอเชียและยุโรปมากขึ้นผ่านการลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคในวงเงินมหาศาลในประเทศต่างๆในเส้นทาง BRI จำนวนมาก รวมถึงรัฐบาลสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ดังนั้นในอนาคตจีนมีแนวโน้มลดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และเปิดกว้างสำหรับการทำการค้ากับนานาประเทศมากขึ้น ” นายพจน์กล่าว

 

           นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและจะเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนความน่าสนใจในตลาดหุ้นของประเทศจีน โดยหากพิจาณาในเชิงของมูลค่าตลาดหุ้นจีนปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น โดยมูลค่า P/E ของ ดัชนี MSCI ALL CHINA อยู่ที่ประมาณ 12 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.18) ขณะที่มูลค่า P/E ของกลุ่ม TIPs Market (ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) อยู่ที่ประมาณ 13.8 13.7 และ 15.5 เท่า ตามลำดับ

 

              นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากมุมมองเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจของจีนซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการลงทุนในตลาดหุ้น จากความน่าสนใจดังกล่าว บลจ.วรรณ จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ (ONE-ALLCHINA) ระหว่างวันนี้ ถึง 6 ก.ย. นี้ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Fund of Fund  เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยมีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนทั้งในและนอกประเทศจีน โดยลงทุนผ่านกองทุน UBS(Lux) Equity SICAV (ALL China) เน้นลงทุนแบบเชิงรุกในสัดส่วนประมาณ 70% กองทุน UBS(Lux) Equity (China Opportunity) 20% และประมาณ 10% ลงทุนในกองทุน UBS(Lux Investment SICAV(China A) โดยมีเกณฑ์มาตรฐาน MSCI All China Index

                 “ความน่าสนใจของกองทุน ONE-ALLCHINA คือนโยบายการลงทุนมีความคล่องตัวสูงมาก การลงทุนในกองทุนONE-ALLCHINA เหมือนการจัด Asset Allocation ลงทุนในตลาดหุ้นจีน โดยมีนโยบายลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพในตลาดหุ้นจีน ทั้งบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตในประเทศจีน(A-Share) ตามกลุ่มธุรกิจที่มีความโดดเด่น อาทิ กลุ่มธุรกิจยาจีน กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึง บริษัทสัญชาติจีนที่มีธุรกิจเติบโตและจดทะเบียนนอกตลาดหุ้นจีน(H-Share) อาทิ กลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรมการแพทย์แบบใหม่ รวมถึงกลุ่มการศึกษา โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่วนหนึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เพื่อพัฒนาศึกษาและวิจัย  ซึ่งจีนในอนาคตมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้ สำหรับกองทุน ONE-ALLCHINA จะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการจัดสรรเงินบางส่วนในพอร์ตเพื่อกระจายการลงทุนในตลาดต่างประเทศและสามารถยอมรับความผันผวนของดัชนีตลาดหุ้นจีนรวมถึงสามารถถือลงทุนได้ในระยะ 3-5 ปี”นายพจน์ กล่าว

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”