 |
|
 |
| |
 |
 |
 |
 |
 |
| เกษียณอย่างเกษม |
โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล บลจ.วรรณ |
| |
เดือนกันยายนของทุกปีเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับผู้ใหญ่ในภาคราชการกลุ่มหนึ่งเพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเกษียณอายุ วันนี้ผมจึงขอเขียนถึงเรื่องของการเกษียณอย่างเกษมสักหน่อยหนึ่งครับ
ผมเชื่อว่า การที่เราจะมีวัยเกษียณที่ดีนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญสี่ประการ คือ มีเงินพอใช้ สดใสแข็งแรง แบ่งปันสังคม และชื่นชมลูกหลาน การที่จะบรรลุความประเสริฐหรือพรทั้งสี่ประการนี้เรามีงานบางอย่างที่ต้องทำต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ยังไม่เกษียณครับ ซึ่งแต่ละคนก็อาจมีวิธีการที่แตกต่างกันไป ผมจะขออนุญาตแบ่งปันวิธีการที่ผมใช้ดังต่อไปนี้นะครับ
พรประการแรก: มีเงินใช้อย่างเพียงพอ
สมมุติว่าเรามีรายได้ปีละบาทหรือสี่สลึง ผมคิดว่าโดยเฉลี่ยแล้ว เราควรจะจำกัดการใช้เงินเพื่อตัวเองไม่เกินสองสลึงหรือครึ่งหนึ่งของรายได้ อย่างไรก็ตามในบางช่วงของชีวิตเราอาจต้องจุนเจือคนอื่น เช่นลูกๆ พ่อแม่ตลอดจนการกุศลต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเงินจุนเจือเหล่านี้อาจจะเป็นอีกสลึงหนึ่งหรือหนึ่งในสี่ของรายได้ รวมแล้วก็ไม่เกินสามสลึง เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจะมีเงินเก็บอย่างน้อยหนึ่งสลึงเสมอ ลองนึกดูนะครับว่าถ้าเราทำเช่นนี้ตั้งแต่อายุ 31 60 ปี เราก็จะมีเงินตอนเกษียณ 30 สลึง ถ้าสมมุติว่าเราจะมีอายุขัยได้ถึงสัก 75 ปีซึ่งคือมีเวลาหลังเกษียณ 15 ปีเราก็จะมีเงินใช้ปีละสองสลึงพอดีๆ ซึ่งก็แปลว่ามาตรฐานชีวิตของเราจะไม่ต้องเปลี่ยนเลยไม่ว่าก่อนหรือหลังเกษียณ คือสามารถใช้จ่ายประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ครับ และแน่นอนท่านผู้อ่านคงพอทราบว่า ท่านสามารถจะทำให้ยิ่งเกษียณอย่างมั่งคั่งยิ่งขึ้นได้หากท่านเริ่มออมตั้งแต่อายุยี่สิบเศษ หรือบางท่านก็อาจออมมากกว่า 25% ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรู้จักลงทุนอย่างชาญฉลาดด้วย ผลตอบแทนที่ดีขึ้นก็จะหนุนส่งให้ทรัพย์สินเพิ่มค่าอย่างมีนัยสำคัญ ผมอยากแบ่งปันวิธีการอีกสองอย่างของผมด้วยคือ ผมไม่ได้หยุดอยู่แค่การลงทุน 25% แต่พยายามมุ่งสู่การระดับ 50% ของรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่ทำอย่างไรเราจึงจะมีวินัยในการออมได้อย่างต่อเนื่องล่ะ อันนี้ผมใช้บริการลงทุนอัตโนมัติที่ บลจ. วรรณ เราเรียกว่า Automatic Millionaire Program ให้เงินเดือนส่วนที่แบ่งไว้ลงทุนถูกส่งเข้าลงทุนในวันที่เงินเดือนออกเป็นประจำ เพราะฉะนั้น ผมจึงมั่นใจได้เสมอว่าผมได้ลงทุนเพื่ออนาคตทุกเดือนโดยไม่ต้องมาลุ้นปลายเดือนว่าจะมีเงินเหลือเก็บหรือเปล่า
พรประการที่สอง: สดใสแข็งแรง
ผมต้องการจะมีสุขภาพแข็งแรงและมีจิตใจที่เบิกบาน โดยการทานอาหารที่ดีมีคุณค่า และที่สำคัญต้องไม่ทานมากจนเกินไป รู้จักออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งอันนี้อาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับผู้คนในสมัยนี้ที่อะไรต่ออะไรดูจะเร่งรัดไปหมด เทคนิคที่ผมใช้ได้ผล คือ การเรียนรู้วิธีการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหญ่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ให้วุ่นวาย ไม่ต้องเดินทางไปที่ไหน เช่น การเล่นโยคะ การฝึกชี่กงแบบจีน เป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้แม้มีเวลาจำกัด แม้เพียง 10-20 นาทีต่อวันก็ได้ประโยชน์ได้ความสดชื่นที่สร้างความแตกต่างได้ทีเดียว ข้อดีที่สำคัญของการฝึกออกกำลังประเภทนี้ คือ จะได้การฝึกจิตฝึกสมาธิไปด้วย จึงหวังใจได้ว่าจะมีทั้งจิตใจที่สดใสในร่างกายที่แข็งแรงคู่ไปด้วยกัน
พรประการที่สาม: แบ่งปันสังคม
ผมปรารถนาจะเป็นคนแก่ที่ยังคงแบ่งปันให้กับสังคมได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความมีคุณค่าของตัวเองคือการได้สอนความรู้สอนคุณธรรมแก่เยาวชนรุ่นหลัง เพื่อที่จะได้เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ในฐานะของครูได้ดี ผมต้องเป็นนักเรียนที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผมมีความสุขกับการอ่านหนังสือเล่มใหม่ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ จับประเด็นความรู้เพื่อถ่ายทอดแก่นักเรียนที่พร้อมคนต่อไป โดยพยายามให้การถ่ายทอดนั้นมีสารประโยชน์ และให้เกิดความตั้งใจที่จะนำความรู้นั้นไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
พรประการที่สี่: ชื่นชมลูกหลาน
ผมอยากจะได้มีโอกาสใกล้ชิดชื่นชมลูกหลานที่เป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นคนมีความสุข ผมเดาว่าพวกเด็กๆคงไม่ชอบเข้าใกล้คนแก่เคร่งเครียดขี้บ่น หรือคนแก่ที่เรียกร้องความสนใจความเอาใจจนเกินควร แต่ถ้าเป็นคุณปู่ที่สดใสทันสมัยพอสมควร พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับลูกหลาน ใส่ใจถามไถ่ในความคิดความสนใจของเด็กๆ ขณะเดียวกันก็มีภูมิความรู้ ภูมิคุณธรรม หรือเรื่องเล่าสนุกๆที่จะค่อยๆเล่าให้เยาวชนเหล่านั้นฟังครั้งละเล็กละน้อยตามกาลเทศะ เด็กๆก็จะสามารถเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมได้อย่างสบายใจกว่า ผมเชื่อว่าความเป็นหนุ่มสาวไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่อยู่ที่จิตวิญญาณแบบเด็กนักเรียนที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และคงความชื่นชมกับชีวิตอย่างสมวัยด้วยใจขอบคุณ
ที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องการเตรียมตัวของผู้ที่จะเกษียณและวิถีคิดของผู้ที่เกษียณแล้ว ตอนนี้ผมอยากจะลองคุยเพิ่มเติมถึงผู้เอื้อให้เกิดความเกษมแห่งวัยเกษียณด้วย หากท่านเป็นลูกเป็นหลานของผู้อยู่ในวัยเกษียณ เราก็มีงานที่จะทำด้วย ผมเชื่อว่าการเอื้อผู้เกษียณที่ดีไม่ใช่ให้ท่านเลิกทำอะไรๆ คำพูดทำนองว่า เหนื่อยมามากแล้ว ตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ให้อยู่เฉยๆจะได้สบาย ดูจะแซมความคิดว่าการทำงานนั้นเป็นภาระหนักน่าหลีกเลี่ยง กระทั่งถึงความคิดว่าวัยเกษียณนั้นบ่งถึงการสิ้นสุดศักยภาพในการทำงาน ในความเป็นจริงงาน(หมายถึงการทำคุณประโยชน์ใดๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่ทำอย่างจริงจังเพื่อเงินทอง)นั้นเป็นสิ่งที่นำความหมายมาให้แก่ชีวิต และชีวิตนั้นมิใช่ต้องการเพียงความรื่นรมย์ แต่ต้องคู่กับความน่าภาคภูมิใจในชีวิตที่มีคุณค่ามีความหมายด้วย การเอื้อเฟื้อผู้เกษียณแต่ยังคงให้โอกาสท่านทำอะไรบ้างตามศักยภาพความถนัดความปรารถนาของท่าน การหาโอกาสใกล้ชิดท่าน เรียนรู้เรื่องเล่าจากประสบการณ์ชีวิตของท่าน ให้ท่านรู้ว่าเรายังคงระลึกรู้ถึงคุณความดีที่ท่านได้ทำไว้ และยังคงเคารพรักท่าน เอาเยี่ยงเอาอย่างที่ดีของท่านอยู่เสมอ ย่อมช่วยหนุนใจให้ท่านรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและสามารถชื่นชมความงามของชีวิต...มีความเกษมในวัยเกษียณได้อีกแสนนาน
ท่านผู้อ่านที่รักครับ นี่เป็นตอนที่ 50 และเป็นตอนสุดท้ายของบทความที่ผมเขียนมาปีเศษโดยเริ่มต้นจากวัตถุประสงค์ของการแนะนำการลงทุนใน ETF ซึ่งรู้จักกันมากในนาม TDEX ซึ่งเป็นกองทุนดัชนี SET50 ที่ซื้อขายได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ ในบทความต่างๆนั้นผมได้สอดแทรกความคิดทางทฤษฎี ตลอดจนเทคนิคในทางปฏิบัติของการลงทุน และในบางครั้งก็แตกความคิดกว้างออกไปคลุมส่วนอื่นของการลงทุนในชีวิตให้ก้าวหน้างดงาม โดยผมหวังว่านักลงทุนไทยจะได้ใช้ ETF อย่างแพร่หลาย ในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเช่นในหลายๆ ประเทศ ที่ ETF ได้มีการเติบโตและมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ท้ายสุดนี้ ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการนำเสนอบทความเหล่านี้ ตลอดจนท่านผู้อ่านที่รักทุกๆท่าน และผมขอตั้งจิตอธิฐานขอพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการสร้างความ
มั่งคั่งให้กับชีวิตนะครับ
|
| |
|
 |
|
 |
 |
 |
 |
|
|
 |